Review ชุดธรรมดา อยู่บ้านทั่วไป


Review ชุดพละ


Review ชุด นักเรียน

 


.นิทรรศรัตนโกสินทร์.

     งานของอาจารย์อำนวย ยังไม่จบ แต่เพียงไปถ่ายวัดและ หาประวัติวัดเท่านั้น ระหว่างเรียนอยู่อาจารย์ได้บอกให้เราไป พิพิธภัณฑ์ๆ หนึ่งเปนพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ ชื่อว่า นิทรรศรัตนโกสินทร์เป็นที่แสดงเกี่ยวประวัติความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ วิถีชิตความเป็นอยู่ของประชาชนในสมัยนั้น การแสดง ต่างๆ มีการจำลอง กทม. ที่นิทรรศรัตนโกสินทร์นี้แบ่งเป็นห้องๆ 7 ห้องด้วยกัน ห้องเเรกเป็นห้องที่เค้าฉายเกี่ยวกับประวัติของ กรุงเทพ ทำให้เราได้รู้ประวัติ กทม เป็นอย่างดี ห้อง 2 เป็นห้องที่ฉายให้ดูถึงความเป็น อยู่วิถีชีวิต อาชีพไรพวกนี้ครับ

 

การท่อผ้า ปักผ้า และ ไม้ที่ทำให้ผ้าเป็นรอยพับๆ เรียกว่าเครื่องอัดกลีบ >>>>

..

<<< ยักษ์ และหัวโขน ยักษ์ก้มีอยู่หลายตน หัวโขนก้มีหลากหลาย เช่น พระลักษมณ์ พระรามณ์ และก้ หัวยักษ์

หุ่นกระบอกมีให้เรา ทดลองเล่นด้วยนะ จะบอกให้(ยากเหมือนกัน)>>>

<<< มีนางรำ มารำให้เราดูด้วย เป็นจอทีวี แต่ถ้าไปจิงๆ ภาพจะค่อรข้างเหมือนของจริง – -*

ห้องนี้คือห้องไฮไลท์เลยก้ว่าได้ เพราะเป็นห้อง ทีวี 360 องศา 5 5 5 เป็นห้องที่ฉายเกี่ยวกับการละเล่นของคนไทยในสมัย ก่อนๆ แสงสี เสียง เตมที่ สุดพลังมาก ต้องไปดูกันเอง >>>>>>

**-จิงๆ แล้วมันยังมีอีกเยอะเดินไม่หมดเลย กลับมาก่อนเพราะมันดึกแล้ว-**

สำหรับเพื่อนๆ คนไหน ที่ไม่ใช่ ม.3 รร ทวีธานะครับ(เพราะอาจารย์อำนวยไปทุกคนเลย) อยากจะไปก้ไปได้นะครับ เพราะ ถ้าแต่งชุด นร.ไป ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้าแล้ว หรือว่าจาแต่งชุดไร ไปก้ได้ แต่ต้องเอาบัตร นักเรียนไป แต่ตอนผมไป เค้า เอาสมุดที่เราเรียน ไปดูด้วยนะ สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่มีบัตร นร. รับรองงานนี้ ไม่ผิดหัวงแน่นอน ได้ความรู้ ฟรีๆ.. เอ้อเกือบลืม เค้าปิดวันจันทร์ นะเพื่อนๆ อย่าไปผิดวันหล่ะ เด๋วจาเสียเที่ยว


Open House TP.

Open House. .  . .>>>>เปิดงานด้วยวงโย (โย่) รึป่าวมิรู้เหมือนกัน พร้อมเพรียงกันมากเพราะมีการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี (เห็นซ้อมก่อนวันงานวันหนึ่งแหน่ะ 5 5  5 แต่ที่เราไม่เหนก้ไม่รู้เยอะรึป่าว) แต่พร้อมกันจิงๆ ไม่ได้ประชด นะ – -*

ต่อด้วยการแสดงโขน จาก โรงเรียน ทวีธาภิเศก ของเรานี้เอง อ่อนช้อยงดงามมากมาย. . .       เห้อ งานโอเพ้นเฮ้าส์ ปีนี้ไม่รู้ว่าจะใช้ชื่อว่า Open house หรือ Closed house ดีนะเพราะว่าคนในไม่ให้ออกคนนอกไม่ให้เข้า -*- เน๊อะๆ ว่ามะ แต่ก้เอาเหอะๆ

 ห้อง 3/11 ของเราทำโครงงานเรื่อง Magic bag Project เป็นโครงงานที่มีจุดประสงค์เพื่อ ลดภาวะโลกร้อนโดยการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก แต่ถุงผ้าส่วนมากก้จะซ้ำกันไปซ้ำกันมา แบบโหลๆ แต่ถุงผ้าของห้องเรามีเพียง ใบเดียว ในโลกๆๆๆคือเราสามารถเพ้นท์ได้เองหรือสั่งคนเพ้นท์ก้ได้ สีที่เรานำมาเพ้นท์คือ.สีอะ..สีอะครีลิค เป็นสีที่แห้งแล้วซัก บ่ ออกเลยทีเดียวเชียว ราคาถุงผ้าเพ้นก้ไม่เเพงเลย ใบเล็ก 35- ใบใหญ่ 55- เท่านั้น

<<<< นั่งเพ้นท์กันขมักขเม่น เลยทีเดียว ออเดอร์ เยอะๆๆ เจ้าของบล๊อค นั่งเพ้นอยู่ขวาสุด เลย คนที่หล่ออ่า 5 5 5+

 

….มาดูภายในซุ้มของห้องเรากันนะคร๊าบๆๆๆ….

     ภายในซุ้มก็จะ ถูกติด ด้วยโปสเตอร์ รณรงค์ลดโลกร้อน และก้ วิธีการใช้สีอะครีลิค ความเป็นมาของสี ส่วนประกอบของสี อะไรพวกนี้นะครับ แล้วก้เรื่องเกี่ยวกับสีทั้งหมด ก้ถูกนำมาแขวนโชว์ภายในซุ้ม      

                        

  

<<<< รูปนี้เจ้าของบล๊อควาด และระบายสีเองกะมือเลย นะ รวมถึง ป้ายหน้าซุ้มด้วย – -* ทำกันจนเย็นเลย เรียกได้ว่าทำนานกว่าอยู่ Open House ซะอีก

คนที่มาเพ้นท์ ก้มี เยอะเหมือนกันทั้ง เด็กนักเรียน และก้ ครู อาจารย์ ครู อาจารย์ ที่สั่ง บางท่านก็มาเพ้นท์ด้วยตัวเองเลย บางท่าก้ จะสั่งเพ้นท์เป็นรูปลวดลายต่างๆ ส่วนถ้าเป็น เด็กนักเรียน ที่จะสั่งกันมากเลย ก็จะเป็นลาย ชื่อของนักร้องเกาหลี ทั้งบอยแบนด์ และเกิล กรุ๊ป (Girl Generation ซะส่วนใหญ่)

                                                                                                                                                          

       …………………………………………………………………………………………………………………                                               

                                       

เจอแล้วคนที่ทำให้ซุ้มของ ห้องเราคนเยอะ – -*เรียกได้ว่า ด้านได้อาย อด จริง >>>>>>

สำหรับงานวัน Open House  ของ 3/11 ก้คงต้องไปแล้วนะครับ ติดตาม Next Review ด้วยนะคร๊าบบบ.


พาเที่ยว. . .วัดดุสิตดาราม

สำหรับเรื่องนี้เป็นของอาจารย์อำนวย ที่สั่งให้ นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มและไปหาข้อมูล ถ่ายรูป ประวัติวัดอะไรหยั่งงี้นะครับ แล้วกลุ่มผมก้จับสลากได้ วัดดุสิตดาราม นี่แหล่ะ จับมาได้ก้ งง ๆ อยู่เหมือนกันกลัวไป แล้วโดน ทีน – -* พอเลิกเรียนเสร็จกลุ่มผมก้นั่งรถแท็กซี่ไปลงหน้าวัดเลยเพราะถ้านั่งรถเมล์ไปคงจาไม่รอดแน่ๆ ตอนไปฟ้าก้ครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก พอไปถึงฝนก้เริ่มตกปรอยๆ แต่ก้ดีเหมือนกันไม่ค่อยร้อน เข้าเรื่องกันเลยจะดีกว่า วัดดุสิตดาราม เดิมชื่อว่าวัดประโคนปัก เพื่อนๆหลายคนคงจะคุ้นๆ ชื่อวัดนี้นะครับ เพราะเป็นวัดหนึ่งในนิราศภูเขาทอง ที่สุนทรภู่เดินทางผ่านมาและได้แต่งไว้ วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เนื้อที่วัดก็กว้างเหมือนกันนะ ตั้ง เกือบ 40 ไร่แหน่ะๆๆ เป็นวัดที่สร้างขึ้นก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ซะอีก แต่หลักฐานก็ยังไม่แน่ชัดว่าสร้างเมื่อไร วัดนี้มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามมากมายเช่นพระปรางค์ สระบัว โบสถ์ และ ระเบียงทางเดินของวัดนนี้ก้ สวยๆ ได้ Feel แบบเก่าๆ ดี(เหมือนพม่ามันมาเผาไปแล้วอ่า ใช่ไม่ใช่ก้ไม่รู้เหมือนกันดูเอาเอง) แต่พระพุทธรูปก้ยังอยู่ในสภาพที่ดี พระพุทธรูปตรงทางเดินภาพด้านขวานี้เป็นปางค์ถวายเนตร นะครับ คือเป็นปางค์ยืน และเอามามากุมกันที่บริเวณเอว แต่พระพุทธรูปบางองค์ก้ต้องอยู่ใน กรงเหล็กดัด – -* เพราะกลัวพวกโจรใจบาป ที่ชอบโขมย พระที่ชอบเป็นข่าวกันอยู่ทุกวันนี้

  ภาพทางเดินที่ มีพระพุทธรูป ปางค์ถวายเนตรอยู่ นะครับ

……………………………………………………………………………………………………………………

                         

   <<< เป็นพระพุทธรูปปางค์ที่หลายๆ คนคุ้นกันดี

               นั้นก้คือปางค์อุ้มบาตรนั้นเอง

 ………………………………………………………………………………………………………………                                                                                                                                                                                                                 

 

 

ภาพเจดีย์ อาจดูมืดไปหน่อยนะเพราะฝนตก พรึมๆ>>

ไม่เชื่อดู ขนาดพระยังกางร่มเลย อิอิ

……………………………………………………………………………………………………….

และพระพุทธรูป เก่าๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และ เป็นที่ต้องการของโจร ก้อเลยต้องมาอยู่ในกรงเหล็ก

การทำรายงานครั้งนี้นอกจะได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติวัด ความเป็นมาของวัด แล้วยังได้ออกกำลังกายขากลับด้วย คือการวิ่งหนีเด็ก วัดดุสิต ขาโหด – -* หวังว่าเพื่อนๆ ที่มาอ่านคงได้ความรู้กันมั้ง หล่ะเน๊อะ ไม่มากก้น้อยแหล่ะ เอาเป็นว่าเจอกันใหม่ Review หน้านะคร๊าบบ.


น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

หลังจากที่กลับจากแพน้ำเอ่อก็เดินทางออกจากเขื่อนมาน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เป็นน้ำตกชื่อดังของ จังหวัดกาญจนบุรี

เริ่มกันที่ชั้น 4 เพราะใกล้สุดที่ได้ชื่อว่าฉัตรแก้วเพราะ สังสัยขามีหลายชั้นเหมือนฉัตร และก้อน้ำไหลๆ คงจาเหมือนแก้วแหล่ะมั้ง ชั้นนี้น้ำตื้นๆ

ชั้นต่อไปชั้น 3 ชื่อว่าชั้นวังผาอาจจะเป็นเพราะมันเปนหน้าผามั้ง เน๊อะๆๆ – -*

ต่อไปชั้น 2 นะจ๊ะ ชื่อว่าม่านขมิ้น – -* สงสัยน้ำตกจาไหลเหมือนม่านเลยได้ชื่อนี้มา แหะๆ

ต่อไป ก้ชั้น 1 ชื่อว่าดงว่าน เพราะมีว่านเป็นดงๆๆ ชั้นนี้น้ำก้ไม่ลึกเท่าไรเหมาะกะเด็กๆ กะการแช่เท้า แต่ก้มีที่น้ำลึกๆ ด้วยโดด น้ำได้ สูงเหมือนกันนะ

ต่อไปก้เดินไปชั้น 5 6 7 กันต่อเล้ยยยย

ชั้น 5 ชื่อว่าไหลจนหลง ดูจากภาพแล้ว สงสัยน้ำจะหลงไปที่อื่นหมด เพราะน้ำเยอะจนอยากจะกระโดดลงไปเล่นเลยทีเดียวเชียว ชิมิๆ 5 5  5 หัวแตกแน่ๆ โดดไป เนี่ย

ชั้น 6 เเว้วววว เมื่อยสุดพลัง – -* ไหนๆ ก้อมาถึงชั้น 6แล้ว เฮ้อ ชื่อไรก้ดูเอาเองละกัน ได้ชื่อนี้มาเพราะผีเสื้อน่าจะเยอะแต่ตอนไปมะเหนจามี – -*

และแล้วเราก้ถึงชั้น 7 ซะที – -* นรกหรือสวรรค์ดีเนี่ย แต่เห็นน้ำตกแล้วก้หายเหนื่อยขึ้นมาหน่อย เพราะสวยใช้ได้เลยทีเดียว เชียวแหล่ะ มีชื่อว่าชั้น ร่มเกล้า

ครั้งนี้เมื่อยมาก เพราะเดินขึ้นไปแล้วไม่มีสไลเดอร์ลง แต่ก้ดีหน่อยขาลงไม่เมื่อยเท่าขาขึ้น ชั้นที่สวยที่สุดน่าจะเป็นชั้นที่ 7เนี่ยแหล่ะ ว่ามะๆๆ